Lesson

Conditional Sentences

Conditional Sentences

If we burn, you burn with us! (ถ้าเรามอดไหม้ แกก็จะมอดไหม้ไปกับเราด้วย!) เป็นประโยคฮิตติดหูโดย “แคทนิส เอฟเวอร์ดีน” ที่ใครหลายคนอาจรู้จักจากหนังเรื่อง The Hunger Games: Mockingjay – Part 2   

 

ในชีวิตประจำวันเรามักจะพูด “สมมติ” ถึงสิ่งนั้นสิ่งนี้อยู่บ่อย ๆ โดยใช้คำว่า “ถ้า” เพื่อตั้งเงื่อนไขแล้วตามด้วยผลที่จะตามมา  ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกการพูดในลักษณะนี้ว่า “Conditionals” (ตัวบอกเงื่อนไข) โดยเป็นเครื่องมือทางไวยากรณ์ที่ใช้บอกถึงผลที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์หนึ่ง ๆ โดยเราสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ว่าประโยคแบบ Conditionals ส่วนใหญ่จะมีคำว่า “If” (ถ้า) ประกอบอยู่ จึงทำให้บางครั้ง Conditionals ถูกเรียกในอีกชื่อว่า “If clauses”  

 

โครงสร้างของประโยคแบบ Conditional sentences ประกอบด้วย 2 ส่วน: 

 

If clause            + Main clause 

(ประโยคย่อยบอกเหตุการณ์สมมติที่อาจเกิดขึ้น)  +     (ประโยคย่อยที่บอกผลของเหตุการณ์นั้น) 

 

ตัวอย่างIf we burn,     you burn with us! 

[If clause][Main clause] 

 

สำหรับภาษาอังกฤษจะมีการแบ่งประเภทของการสมมติเหตุการณ์โดยใช้ Conditionals หลัก ๆ ออกเป็นสี่ระดับ ดังนี้ 

 

 

Zero conditional (ความน่าจะเป็น 100%) 

 

เป็นการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน 100% โดยส่วนใหญ่จะเป็นการพูดถึงสิงที่เป็นข้อเท็จจริงตามหลักวิทยาศาสตร์ หรือเหตุการณ์ที่รู้ว่ายังไงก็ต้องเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

 

Zero conditional มีโครงสร้างประโยคดังนี้: (*Conditionals ทั้งสี่ระดับจะมีโครงสร้างเดียวกับที่แสดงไว้แล้วข้างต้นทั้งหมด คือ If clause + Main Clause จะต่างกันแค่ Tense ที่ใช้ในแต่ละระดับ) 

 

If + Present simple + Present simple 

 

ตัวอย่างIf you heat water to 100 degrees, it boils. (ถ้าต้มน้ำถึง 100 องศา น้ำจะเดือด) 

 

If you stand in the rain, you get wet.  (ถ้าคุณยืนตากฝน คุณตัวเปียกแน่) 

 

 

First conditional (ความน่าจะเป็น 75%) 

 

เป็นการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเป็นไปได้ในปัจจุบันอนาคตถ้าหากเงื่อนไขที่ตั้งไว้ได้เกิดขึ้นจริง แต่ไม่ได้มีความแน่นอนมากเท่ากับ Zero conditional 

 

First conditional มีโครงสร้างประโยคดังนี้: 

 

 

If + Present simple + **will/won’t + Verb 

 

ตัวอย่าง  If Tiffany comes home, I will tell her about the exam. (ถ้าทิฟฟานี่มาที่บ้าน ฉัน  

จะบอกข้อสอบเธอ) *มึความเป็นไปได้สูงว่าทิฟฟานี่จะมาที่บ้าน 

 

If you study, you will pass the exam. (ถ้าขยันเรียนจะสอบผ่านได้)  

 

** สามารถใช้ can, may must should หรือคำกริยาในรูป Present simple เดี่ยว ๆ แทน will ได้ 

 

เช่น If you have a headache, take an aspirin. (ถ้าคุณปวดหัว ให้กินยาแอสไพริน) 

 

 

Second conditional (ความน่าจะเป็น 25%) 

 

ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้หรือเกือบจะเป็นไปไม่ได้ในอนาคต ในบางครั้งอาจใช่เพื่อยกเหตุการณ์สมมติมาสำหรับเป็นการให้คำแนะนำหรือคำปรึกษา 

 

Second conditional มีโครงสร้างประโยคดังนี้: 

 

If + Past simple +**would/wouldn’t + Verb 

 

ตัวอย่าง    If I were you, I wouldn’t speak to him again. (ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันจะไม่คุยกับ 

เขาอีกเลย) *เป็นการแนะนำ 

 

If I won the lottery, I would travel a lot. (ถ้าฉันถูกรางวัลล็อตเตอรี่ ฉันคงท่อง 

เที่ยวไปทั่ว) 

 

 

**สามารถใช้ could, might แทน would ได้ 

 

 

Third conditional (ความน่าจะเป็น 0%) 

 

ใช้กล่าวถึงจินตนาการที่ไม่อาจเป็นจริงได้ หรือพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง บางครั้งใช้เพื่อแสดงความเสียดาย หรือพูดในเชิงวิจารณ์ 

 

Third conditional มีโครงสร้างประโยคดังนี้: 

 

If + Past perfect +**would/wouldn’t have + Past participle (กริยาช่องที่ 3) 

 

ตัวอย่างIf I hadn’t been sick, I would have gone to the concert. (ถ้าไม่ติดว่าป่วยล่ะก็  

ฉันคงจะได้ไปคอนเสิร์ตแล้ว) *คอนเสิร์ตจบไปแล้ว และผู้พูดไม่ได้ไป 

 

If she had known how to use the mixer, she wouldn’t have broken it. (ถ้า 

เธอรู้วิธีใช้เครื่องผสม เธอก็คงจะไม่ทำเครื่องพัง) 

 

**สามารถใช้ could, might แทน would ได้ 

 

นอกจากทั้งสี่ระดับที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีการใช้ Conditionals แบบผสมที่เรียกว่า Mixed Conditionals ภายในประโยคเดียวกันอีกด้วย โดยสามารถนำ Conditionals ประเภทไหนมาใช้รวมกับประเภทไหนก็ได้ แล้วแต่บริบทที่ต้องการใช้ เช่น 

 

Second conditional + Third conditional 

 

ตัวอย่างIf I were you, I would have accepted the job. (ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันคงรับ 

งานนั้นไปแล้ว) 

 

Second conditional + First conditional 

 

ตัวอย่างIf they were working all day, they will be tired now. (ถ้าพวกเขาทำ 

งานทั้งวัน ป่านนี้คงจะเหนื่อยแล้ว 

 

 

 

หมายเหตุ: 

 

  • ในการเขียนประโยคแบบ Conditionals ที่มี If นำหน้า เราจะต้องใช้เครื่องหมาย Comma (,) คั่นแบ่งระหว่างส่วนที่เป็น If clause กับ Main clause เสมอ ตามตัวอย่างทั้งหมดข้างต้น แต่จะมีบางครั้งที่เราใช้ Conditionals แบบไม่ได้มี if นำหน้าและไม่ต้องใช้ Comma คั่นประโยค  

 

เช่น He wouldn’t have caused the accident if he had been more careful. (เขาคงจะไม่เกิดอุบัติเหตุถ้าเขาระวังให้มากกว่านี้) 

 

  • ปกติ Conditionals จะใช้คำว่า If นำหน้าเป็นหลัก แต่เราสามารถใช้คำเหล่านี้แทนได้: unless, providing, provided (that), as long as, in case, on condition (that), or else, what if, supposing, even if, only if ฯลฯ  

 

เช่น  

 

Unless you work more efficiently, you’ll be fired. (ถ้าคุณไม่ทำงานให้ดีกว่านี้ คุณจะถูกไล่ 

ออก) 

 

I will do it only if you promise not to tell anyone. (ฉันจะทำถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่บอกใคร) 

 

  • ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีการใช้คำว่า will, would, should ในประโยคส่วนที่เป็น If clause เช่น If you want this, you can have it. (ไม่ใช่ i̶f̶ ̶y̶o̶u̶ ̶w̶i̶l̶l̶ ̶w̶a̶n̶t̶) แต่ก็มีกรณียกเว้นที่สามารถใช้ will, would, should ในประโยคส่วนที่เป็น If clause ได้สำหรับกรณีที่จะแสดงถึงความรำคาญ ความไม่แน่ใจ หรือ การยืนกราน  

 

เช่น  

 

If he should come, show him in. (=ถ้าเขามา ก็เชิญเขาเข้ามาเลย, เป็นการแสดงถึงความไม่ 

แน่ใจว่าเขาจะมาหรือเปล่า) 

If you will be more patient, I’ll be with you in a minute. (=ถ้าคุณอดทนอีกสักหน่อย อีก 

แป๊บเดียวฉันก็จะไปหาคุณแล้ว, เป็นการขอร้องกึ่งรำคาญ ว่าช่วยอดทนหน่อยจะได้ไหม?)  

 

 

Course Discussion