Lesson

เรียน Passive voice

Passive voice 

 

โครงสร้างประโยคแบบทั่วไปในภาษาอังกฤษนั้นส่วนใหญ่จะเรียงลำดับในลักษณะนี้: 

 

Subject (ประธาน) + verb (กริยา) + object (กรรม) 

 

เช่น           Mary drank two cups of coffee.  (แมรี่ดื่มกาแฟไปสองแก้ว) 

 

ประธานของประโยคนี้คือ “Mary” กริยาคือ “drank” และกรรมคือ “two cups of coffee” ซึ่งประโยคแบบนี้เรียกว่า Active sentence (ประโยคที่ประธานเป็นผู้กระทำ) โดยกริยา drank ในที่นี้เรียกว่าเป็น Active voice (กรรตุวาจก – กริยาของประโยคที่แสดงว่าประธานเป็นผู้ทำหรือผู้ใช้ให้ทำ)  

 

แต่ว่าในภาษาอังกฤษนั้นก็ไม่ได้ใช้รูปแบบประโยคที่มี Active Voice ไปซะทุกครั้ง บางครั้ง เราสามารถเอากรรมของประโยคมาขึ้นต้นได้ ซึ่งนั่นจะทำให้ประโยคแสดงถึงกรรมที่ถูกกระทำเป็นหลัก  เราลองเอาตัวอย่างประโยคข้างต้นมาเปรียบเทียบดู 

 

                     Two cups of coffee were drunk by Mary. (กาแฟสองแก้วถูกดื่มโดยแมรี่) 

 

ประโยคในลักษณะนี้เรียกว่า  Passive sentence (ประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ) ซึ่งในที่นี้  “two cups of coffee” ได้กลายมาเป็นประธานของประโยค และถูกกระทำ (ถูกดื่ม) โดย Mary และกริยา were drunk  เรียกว่าเป็น Passive voice (กริยาที่บอกว่าประธานเป็นผู้ถูกกระทำ) โดยเราสามารถสร้างประโยคแบบ Passive ได้โดยใช้โครงสร้างนี้: 

 

Verb to be (ใน Tense ต่าง ๆ) + Past Participle (กริยาช่อง 3) 

 

ตัวอย่างThe house was built in 1654. (บ้านถูกสร้างในปีค.ศ. 1654) 

The road is being repaired. (ถนนกำลังถูกซ่อมแซม) 

A cake had not been made by Mark. (เค้กไม่ได้ถูกทำโดยมาร์ค) 

 Wasn’t the movie Transformers directed by Michael Bay? (ภาพยนตร์เรื่อง  

Transformers ไม่ได้ถูกกำกับโดยไมเคิล เบย์เหรอ?) 

 

บางครั้งคำกริยา get ก็ถูกนำมาเพื่อใช้สร้างประโยคแบบ Passive ได้  

 

ตัวอย่าง  Be careful with the glass. It might get broken. (ระวังแก้วแตก) 

Peter got hurt in a crash. (ปีเตอร์ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถชน) 

 

เรายังสมารถนำคำว่า by มาใช้สร้างประโยคแบบ Passive เพื่อบ่งบอกว่าใครหรืออะไรที่เป็นผู้กระทำของประโยค 

 

ตัวอย่างThis house was built by my father. (บ้านหลังนี้ถูกสร้างโดยพ่อฉัน) 

She was attacked by a dangerous dog. (หล่อนถูกทำร้ายโดยสุนัขดุ) 

 

อย่างไรก็ตาม การใช้ by เพื่อสร้างประโยคแบบ Passive นั้น ถ้าเราสนใจผู้กระทำมากกว่าสิ่งที่ถูกกระทำ ก็ควรจะเขียนประโยคให้อยู่ในรูป Active จะเหมาะสมกว่า 

 

My father built this house. 

A dangerous dog attacked her. 

 

กริยาแบบ Infinitive (นำหน้าด้วย to) ก็นำมาสร้างรูปประโยค Passive ได้โดยวางต่อจาก Auxiliary verb (กริยาช่วย) หรือกริยาปกติของประโยค 

 

ตัวอย่าง 

 

  • You have to be tested on your English grammar. (คุณจำเป็นต้องถูกทดสอบด้านไวยากรณ์อังกฤษ) 
  • John might be promoted next year. (จอห์นอาจถูกเลื่อนตำแหน่งปีหน้า) 
  • She wants to be invited to the party. (เธออยากถูกชวนไปงานเลี้ยง) 
  • I expect to be surprised on my birthday. (ฉันอยากจะถูกเซอร์ไพรส์ในวันเกิด) 

 

และคำกริยาแบบ Infinitive (มี to นำหน้า) ทั้ง 6 คำต่อไปนี้มักจะถูกนำมาใช้บ่อย ๆ ในประโยคแบบ Passive ได้แก่  

 

  • be supposed to  (ควรที่จะ….) 
  • be expected to   (ถูกคาดหวังว่าจะ….) 
  • be asked to        (ถูกขอให้…) 
  • be scheduled to(ถูกกำหนดเวลาให้…) 
  • be allowed to(ถูกอนุญาตให้…) 
  • be told to(ถูกบอกให้…) 

 

ตัวอย่าง 

 

  • John has been asked to make a speech at the meeting. (จอห์นถูกขอให้พูดตอนประชุม) 
  • You are supposed to wear a uniform. (คุณควรจะสวมชุดเครื่องแบบ) 
  • The meeting is scheduled to start at seven. (การประชุมถูกกำหนดเวลาให้เริ่มตอนเจ็ดโมง) 
  • Tiffany is expected to join dinner with her friends. (ทิฟฟานี่ถูกคาดหวังว่าจะร่วมทานมื้อค่ำกับเพื่อน ๆ) 
  • We were told to visit her house. (เราถูกบอกให้แวะไปเยี่ยมบ้านของเธอ) 
  • I was allowed to leave. (ฉันได้รับอนุญาตให้ออกไปได้) 

 

ลองมาดูตารางตัวอย่างเปรียบเทียบประโยคแบบ Active กับ Passive กัน 

 

 

Active   Passive 
The hunter killed the lion.  The lion was killed by the hunter. 
Someone has cleaned the windows.  The windows have been cleaned by someone. 
His grandmother looked after him.  He was looked after by his grandmother. 
I gave him a book for his birthday  He was given a book for his birthday. 

 

 

เมื่อเราได้รู้ถึงหลักในการสร้างประโยคโดยใช้ Passive voice แล้ว เราลองมาดูกันดีกว่าว่าในสถานการณ์ไหนที่เราจะใช้ Passive voice บ้าง 

 

  • เมื่อต้องการเน้นความสำคัญไปที่บุคคลหรือสิ่งของที่ถูกกระทำมากกว่าผู้ที่เป็นฝ่ายกระทำ 

 

เช่น  

 

-The Mona Lisa was painted by Leonardo Da Vinci. (=ภาพโมนาลิซ่าถูกวาดโดยลีโอนาร์โด ดา วินชี – ในประโยคนี้ความสนใจถูกมุ่งเน้นไปที่ภาพวาดของโมนาลิซ่ามากกว่าจะเป็นตัวีโอนาร์โด ดาวินชีที่เป็นผู้วาด) 

 

-The thief has been arrested. (=โจรถูกจับตัวได้แล้ว – สนใจโจรที่ถูกจับมากกว่าใครเป็นคนจับ) 

 

  • เมื่อไม่รู้ว่าใครคือผู้ที่เป็นฝ่ายกระทำ หรือเมื่อฝ่ายกระทำนั้นไม่ได้มีความสำคัญอะไรนัก 

 

เช่น   

 

-The pyramids were built thousands of years ago. (=พีระมิดถูกสร้างขึ้นเมื่อ 

หลายพันปีก่อน – เราไม่รู้ชัดว่าใครสร้าง รู้แค่เพียงใช้แรงงานมหาศาล) 

 

-My bike has been stolen. (=จักรยานของฉันถูกขโมย – ไม่รู้ว่าใครเป็นคนขโมย) 

 

-This phone was made in China. (=โทรศัพท์เครื่องนี้ถูกผลิตในจีน – เราไม่รู้ตัว 

คนสร้างชัดเจน อาจเป็นใครสักคน แค่จะบอกว่าโทรศัพท์ที่เรากำลังพูดถึงนั้นมาจากจีน) 

 

  • ใช้เมื่อเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงหรือตามหลักวิทยาศาสตร์ 

 

เช่น 

 

-The chemical is placed in a test tube and the data entered into the  

computer.(สารเคมีถูกบรรจุลงหลอดทดลองและข้อมูลถูกบันทึกลงในคอมพิวเตอร์) 

 

  • ใช้ในการเขียนแบบภาษาทางการ ซึ่งถ้าต้องการจะไม่ให้เป็นภาษาทางการและอ่านง่ายกว่าก็ควรสลับไปใช้ Active voice แทน 

 

เช่น 

 

-Our planet is wrapped in a mass of gases. (โลกของเราถูกห่อหุ้มด้วยก๊าซจำ 

นวนมหาศาล) [Active: A mass of gases wrap around our planet. ] 

 

-Waste materials are disposed of in a variety of ways. (วัสดุเหลือใช้ถูกนำไปกำจัดทิ้งด้วยหลาย ๆ วิธี) [Active: The city disposes of waste materials in a variety of ways.] 

 

  • เมื่อประธานของประโยคยาวมาก 

 

เช่น 

 

I was surprised by how well the students did in the test. (=ฉันแปลกใจที่นักเรียนทำคะแนนสอบได้ดีขนาดนี้ ซึ่งจะฟังดูเป็นธรรมชาติกว่า “How well the students did in the test surprised me”) 

 

 

บางครั้งเราสามารถใช้ Passive voice เพื่อเป็นการเลี่ยงหรือบอกปัดความรับผิดชอบออกไปจากตัวได้ 

เช่นเมื่อเจ้านายถามเราว่า:  

 

Have you finished the report? (=ทำรายงานเสร็จรึยัง?) 

 

เราสามารถตอบได้ว่า: 

 

No, it hasn’t been finished yet.  (=ยังไม่เสร็จ แต่เราก็ไม่ได้บอกตรง ๆ ว่า “เรา” ยังทำไม่เสร็จ แค่บอกว่ารายงานไม่เสร็จเฉย ๆ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ความผิดเราก็ได้)  

 

 

Course Discussion